Rockby LogoRockby

ไข่มุก

แร่ชีวภาพ (Biogenic Mineral)

Aragonite (biogenic)

เรียกอีกชื่อว่า: มุก

มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby

เปิดแอป

คำอธิบาย

ไข่มุกเป็นอัญมณีอินทรีย์ที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต จัดอยู่ในกลุ่มแร่ชีวภาพ (biogenic mineral) ซึ่งแตกต่างจากแร่ทั่วไปที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาโดยตรง ส่วนประกอบหลักคือแคลเซียมคาร์บอเนตในรูปของอาราโกไนต์ (Aragonite) ซึ่งเป็นโพลีมอร์ฟของแคลไซต์ (Calcite) และสารอินทรีย์ที่เรียกว่า คอนไคโอลิน (Conchiolin) ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างยึดเกาะ ไข่มุกมีลักษณะเด่นคือความเงางามแบบมุก (nacreous luster) หรือที่เรียกว่า 'เหลือบมุก' ซึ่งเกิดจากการสะท้อนและหักเหของแสงจากชั้นอาราโกไนต์ที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ

วิธีการระบุ

สี
สีของไข่มุกมีหลากหลาย ตั้งแต่สีขาว ครีม ชมพู เงิน ทอง เทา ดำ และสีรุ้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของหอย สภาพแวดล้อม และองค์ประกอบทางเคมีเล็กน้อย
ความวาว
ความเงางามแบบมุก (nacreous luster) หรือเหลือบมุก (orient) เป็นลักษณะเฉพาะที่สำคัญที่สุด เกิดจากการสะท้อนและหักเหของแสงจากชั้นอาราโกไนต์ที่ซ้อนกัน
เนื้อหิน
ผิวสัมผัสเรียบเนียน อาจรู้สึกสากเล็กน้อยเมื่อถูเบาๆ กับฟัน (สำหรับไข่มุกแท้)
รูปผลึก
ไม่มีรูปผลึกที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นโครงสร้างชีวภาพที่เกิดจากการเรียงตัวของผลึกอาราโกไนต์ขนาดเล็กมากในรูปแบบของแผ่นบางๆ ซ้อนกัน
แนวแตกเรียบ
ไม่มีระนาบการแตกแบบ cleavage ที่ชัดเจน เนื่องจากเป็นวัสดุอินทรีย์-อนินทรีย์ผสม
สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
พบในแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็มทั่วโลก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีหอยมุกอาศัยอยู่ เช่น อ่าวเปอร์เซีย ทะเลแดง ชายฝั่งออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน และแม่น้ำบางสายในอเมริกาเหนือ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความแข็ง: 2.5 - 4.5 (โมห์สเกล) ซึ่งค่อนข้างอ่อน
  • ความถ่วงจำเพาะ: 2.60 - 2.85
  • ระบบผลึก: ไม่มีรูปผลึกที่ชัดเจน (Amorphous/Biogenic structure) แต่ผลึกย่อยเป็น Orthorhombic (อาราโกไนต์)
  • สี: หลากหลาย (ขาว, ครีม, ชมพู, เงิน, ทอง, เทา, ดำ, รุ้ง)
  • ความวาว: เงางามแบบมุก (Nacreous)
  • ความโปร่งใส: ทึบแสงถึงโปร่งแสง
  • รอยแตก: ไม่สม่ำเสมอ (Uneven) ถึงแบบก้นหอย (Conchoidal)
  • แนวแตกเรียบ: ไม่มี (None)
  • องค์ประกอบ: แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ในรูปอาราโกไนต์ และสารอินทรีย์คอนไคโอลิน

ตรวจสอบด่วน

  • สี: ขาว, ครีม, ชมพู, เงิน, ทอง, เทา, ดำ, รุ้ง
  • ความวาว: เงางามแบบมุก (Nacreous), เหลือบมุก (Orient)
  • สีผง: ขาว

ลักษณะทางกายภาพ

  • ลักษณะผลึก: ไม่มีรูปผลึกภายนอกที่ชัดเจน แต่ประกอบด้วยชั้นของผลึกอาราโกไนต์ขนาดเล็กมากที่เรียงตัวกันเป็นแผ่นบางๆ
  • ชนิดแนวแตกเรียบ: ไม่มีระนาบการแตกที่ชัดเจน
  • ชนิดรอยแตก: ไม่สม่ำเสมอถึงแบบก้นหอย
  • ความเหนียว: เปราะ (Brittle)
  • ชนิดความวาว: เงางามแบบมุก (Nacreous)

การก่อตัว

ไข่มุกก่อตัวขึ้นภายในเนื้อเยื่ออ่อนของหอยสองฝาและหอยกาบเดี่ยวบางชนิด เมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เช่น เม็ดทราย ปรสิต หรือเศษชิ้นส่วนเล็กๆ เข้าไปในตัวหอย เนื้อเยื่อแมนเทิลของหอยจะหลั่งสารประกอบอินทรีย์ที่เรียกว่า คอนไคโอลิน (conchiolin) และผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตในรูปของอาราโกไนต์ (aragonite) ออกมาเคลือบสิ่งแปลกปลอมนั้นเป็นชั้นๆ ซ้อนกันไปเรื่อยๆ กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายปี ทำให้เกิดเป็นไข่มุกที่มีลักษณะเป็นชั้นๆ และมีความเงางาม

การใช้ประโยชน์

ไข่มุกถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากความสวยงามและความหายาก นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยาบางชนิด โดยเฉพาะผงไข่มุกที่เชื่อว่ามีคุณสมบัติบำรุงผิวและสุขภาพ

การกระจายตามอายุ

ไข่มุกสามารถก่อตัวได้ตลอดช่วงเวลาทางธรณีวิทยาที่สิ่งมีชีวิตจำพวกหอยมีเปลือกถือกำเนิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน (Cenozoic Era) จนถึงปัจจุบัน

แหล่งที่พบ

อ่าวเปอร์เซีย

เป็นแหล่งไข่มุกธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะไข่มุกจากบาห์เรน

ออสเตรเลีย

แหล่งไข่มุกทะเลใต้ (South Sea Pearl) ที่มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพสูง โดยเฉพาะจากหอยมุก Pinctada maxima

ญี่ปุ่น

เป็นผู้บุกเบิกการเพาะเลี้ยงไข่มุก (cultured pearls) โดยเฉพาะไข่มุกอะโกย่า (Akoya pearls) จากหอยมุก Pinctada fucata martensii

จีน

เป็นแหล่งผลิตไข่มุกน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ตาฮิติ (เฟรนช์โปลินีเซีย)

แหล่งไข่มุกดำ (Tahitian pearls) ที่มีชื่อเสียงจากหอยมุก Pinctada margaritifera

เคล็ดลับการค้นหา

การแยกแยะไข่มุกแท้

ไข่มุกแท้ (ทั้งธรรมชาติและเพาะเลี้ยง) จะมีผิวสัมผัสที่สากเล็กน้อยเมื่อถูเบาๆ กับฟัน เนื่องจากโครงสร้างที่เป็นชั้นๆ ของอาราโกไนต์ ในขณะที่ไข่มุกเทียมมักจะเรียบเนียน

การตรวจสอบความเงางาม

ไข่มุกแท้จะมีความเงางามแบบเหลือบมุก (orient) ที่ซับซ้อนและมีการสะท้อนแสงหลายมิติ ซึ่งยากที่จะเลียนแบบได้ในไข่มุกเทียม

การตรวจสอบรูปร่าง

ไข่มุกธรรมชาติมักมีรูปร่างที่ไม่สมบูรณ์แบบนัก ในขณะที่ไข่มุกเพาะเลี้ยงสามารถควบคุมรูปร่างได้ดีกว่า แต่ไข่มุกกลมสมบูรณ์แบบทั้งธรรมชาติและเพาะเลี้ยงนั้นหายากและมีราคาสูง

การดูแลรักษา

ไข่มุกมีความอ่อนไหวต่อกรด สารเคมี และความร้อน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำหอม สเปรย์ฉีดผม และสารทำความสะอาด ควรเก็บแยกจากเครื่องประดับอื่นๆ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน

หินที่คล้ายกัน

เปลือกหอยมุก

อาราโกไนต์และคอนไคโอลิน

เรียกอีกชื่อว่า: Nacre, Mother-of-Pearl

ปะการัง

แคลเซียมคาร์บอเนต (ส่วนใหญ่เป็นแคลไซต์)

เรียกอีกชื่อว่า: Coral

แอมเบอร์

เรซินจากต้นไม้ที่กลายเป็นฟอสซิล

เรียกอีกชื่อว่า: อำพัน

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

ประเภทแร่
คาร์บอเนต (Carbonate)
กลุ่ม
อาราโกไนต์ (Aragonite Group)
ระบบผลึก
ออร์โธรอมบิก (Orthorhombic) สำหรับผลึกอาราโกไนต์ย่อย
สูตรเคมี
CaCO3 (อาราโกไนต์) + สารอินทรีย์ (คอนไคโอลิน)
องค์ประกอบ
แคลเซียมคาร์บอเนต (ประมาณ 82-86%), คอนไคโอลิน (ประมาณ 10-14%), และน้ำ (ประมาณ 2-4%)

สำรวจ ไข่มุก

ระบุหินได้ทุกที่

ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ

เปิดในแอป