Rockby LogoRockby

ไข่มุก

สารประกอบอินทรีย์-อนินทรีย์ (Biomineral)

Aragonite (CaCO3) with conchiolin

เรียกอีกชื่อว่า: มุกดา, มุก

มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby

เปิดแอป

คำอธิบาย

ไข่มุกเป็นอัญมณีอินทรีย์ที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่แร่ธาตุในความหมายทางธรณีวิทยาที่แท้จริง แต่เป็นสารประกอบชีวภาพที่ประกอบด้วยแร่ธาตุอารากอไนต์ (รูปแบบหนึ่งของแคลเซียมคาร์บอเนต) และสารอินทรีย์คอนไคโอลิน ไข่มุกมีลักษณะเด่นคือความแวววาวแบบมุก (nacreous luster) หรือที่เรียกว่า 'โอเวอร์โทน' (overtone) ซึ่งเกิดจากการสะท้อนและหักเหของแสงจากชั้นเนเคอร์ที่ซ้อนกัน

วิธีการระบุ

สี
สีของไข่มุกมีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับชนิดของหอยและสภาพแวดล้อม ได้แก่ สีขาว ครีม ชมพู เงิน ทอง ดำ เทา และสีรุ้ง (orient) ซึ่งเป็นสีเหลือบที่ปรากฏบนพื้นผิว
ความวาว
ความแวววาวแบบมุก (nacreous luster) หรือที่เรียกว่า 'โอเวอร์โทน' (overtone) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่เกิดจากการสะท้อนและหักเหของแสงจากชั้นเนเคอร์ที่ซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
เนื้อหิน
พื้นผิวเรียบเนียน อาจมีรอยตำหนิเล็กน้อยตามธรรมชาติ
รูปผลึก
ไม่มีรูปผลึกที่ชัดเจนในระดับมหภาค แต่ประกอบด้วยผลึกอารากอไนต์ขนาดเล็กระดับไมโครเมตรที่จัดเรียงตัวเป็นแผ่นบางๆ ซ้อนกัน
แนวแตกเรียบ
ไม่มีแนวแตกเรียบที่ชัดเจน
สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
พบในแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็มทั่วโลก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีหอยสองฝาและหอยกาบเดี่ยวที่สามารถผลิตไข่มุกได้ เช่น อ่าวเปอร์เซีย ทะเลแดง ชายฝั่งออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน และแม่น้ำบางสายในอเมริกาเหนือ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความแข็ง: 2.5 - 4.5 (ตามมาตราโมห์)
  • ความถ่วงจำเพาะ: 2.60 - 2.85
  • ระบบผลึก: ออร์โธรอมบิก (Orthorhombic) สำหรับอารากอไนต์
  • สี: หลากหลาย (ขาว, ครีม, ชมพู, เงิน, ทอง, ดำ, เทา, รุ้ง)
  • ความวาว: แวววาวแบบมุก (nacreous)
  • ความโปร่งใส: ทึบแสงถึงโปร่งแสง
  • รอยแตก: ไม่สม่ำเสมอ (uneven) ถึงแบบก้นหอย (conchoidal)
  • แนวแตกเรียบ: ไม่มีแนวแตกเรียบที่ชัดเจน
  • องค์ประกอบ: แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ในรูปอารากอไนต์ 82-92% และโปรตีนอินทรีย์คอนไคโอลิน 4-14% รวมถึงน้ำ 2-4%

ตรวจสอบด่วน

  • สี: ขาว, ครีม, ชมพู, เงิน, ทอง, ดำ, เทา, รุ้ง
  • ความวาว: แวววาวแบบมุก (nacreous)
  • สีผง: ขาว

ลักษณะทางกายภาพ

  • ลักษณะผลึก: ไม่มีรูปผลึกภายนอกที่ชัดเจน ประกอบด้วยผลึกอารากอไนต์ขนาดเล็กระดับไมโครเมตรที่จัดเรียงตัวเป็นแผ่นบางๆ ซ้อนกัน
  • ชนิดแนวแตกเรียบ: ไม่มี
  • ชนิดรอยแตก: ไม่สม่ำเสมอ (uneven) ถึงแบบก้นหอย (conchoidal)
  • ความเหนียว: เปราะ (brittle)
  • ชนิดความวาว: แวววาวแบบมุก (nacreous)

การก่อตัว

ไข่มุกก่อตัวขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ปรสิต เม็ดทราย หรือเศษซากเล็กๆ เข้าไปในเนื้อเยื่ออ่อนของหอยสองฝา (bivalves) หรือหอยกาบเดี่ยว (gastropods) บางชนิด เพื่อป้องกันตัวเอง หอยจะหลั่งสารประกอบที่เรียกว่า 'เนเคอร์' (nacre) หรือ 'มุก' ซึ่งประกอบด้วยผลึกอารากอไนต์ขนาดเล็กจำนวนมากที่จัดเรียงตัวเป็นชั้นๆ สลับกับโปรตีนอินทรีย์ที่เรียกว่าคอนไคโอลิน (conchiolin) สารนี้จะเคลือบสิ่งแปลกปลอมเป็นชั้นๆ ซ้อนกันไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นไข่มุก

การใช้ประโยชน์

ไข่มุกถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับที่มีมูลค่าสูงมาตั้งแต่สมัยโบราณ นอกจากนี้ยังมีการใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยาแผนโบราณบางชนิด

การกระจายตามอายุ

ไข่มุกสามารถก่อตัวได้ตลอดช่วงชีวิตของหอยสองฝาและหอยกาบเดี่ยวบางชนิด ซึ่งมีอายุทางธรณีวิทยาตั้งแต่ยุคแคมเบรียนจนถึงปัจจุบัน

แหล่งที่พบ

อ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf)

เป็นแหล่งไข่มุกธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะไข่มุกจากบาห์เรน

ทะเลแดง (Red Sea)

อีกหนึ่งแหล่งไข่มุกธรรมชาติที่สำคัญในประวัติศาสตร์

ชายฝั่งออสเตรเลีย (Australian Coast)

เป็นแหล่งไข่มุกทะเลใต้ (South Sea pearls) ที่มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพสูง

ญี่ปุ่น (Japan)

เป็นผู้บุกเบิกการเพาะเลี้ยงไข่มุกอะโกย่า (Akoya pearls) และเป็นแหล่งไข่มุกเพาะเลี้ยงที่สำคัญ

จีน (China)

เป็นแหล่งผลิตไข่มุกน้ำจืดรายใหญ่ที่สุดของโลก

เฟรนช์โปลินีเซีย (French Polynesia)

เป็นแหล่งไข่มุกดำตาฮิติ (Tahitian pearls) ที่มีชื่อเสียง

เคล็ดลับการค้นหา

การแยกแยะไข่มุกธรรมชาติและไข่มุกเพาะเลี้ยง

ไข่มุกธรรมชาติก่อตัวโดยไม่มีการแทรกแซงของมนุษย์ ในขณะที่ไข่มุกเพาะเลี้ยงเกิดจากการที่มนุษย์สอดใส่วัตถุแปลกปลอมเข้าไปในหอย การตรวจสอบด้วยรังสีเอกซ์หรือการตรวจสอบโครงสร้างภายในโดยผู้เชี่ยวชาญสามารถแยกแยะได้

การประเมินคุณภาพไข่มุก

คุณภาพของไข่มุกพิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความแวววาว (luster) พื้นผิว (surface quality) รูปทรง (shape) สี (color) และขนาด (size)

การดูแลรักษาไข่มุก

ไข่มุกมีความแข็งค่อนข้างต่ำ (2.5-4.5 ตามมาตราโมห์) และไวต่อกรด สารเคมี และความร้อน ควรเก็บแยกจากเครื่องประดับอื่นๆ และทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาดๆ

หินที่คล้ายกัน

เปลือกหอยมุก (Mother-of-pearl)

อารากอไนต์ (Aragonite, CaCO3) ผสมกับ คอนไคโอลิน (Conchiolin)

เรียกอีกชื่อว่า: เนเคอร์ (Nacre)

ปะการัง (Coral)

แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate, CaCO3) ในรูปของอารากอไนต์หรือแคลไซต์

เรียกอีกชื่อว่า: หินปะการัง

แอมเบอร์ (Amber)

เรซินจากต้นไม้ที่กลายเป็นฟอสซิล

เรียกอีกชื่อว่า: อำพัน

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

ประเภทแร่
สารประกอบอินทรีย์-อนินทรีย์ (Biomineral)
กลุ่ม
อัญมณีอินทรีย์ (Organic Gemstone)
ระบบผลึก
ออร์โธรอมบิก (Orthorhombic) สำหรับส่วนประกอบอารากอไนต์
สูตรเคมี
CaCO3 (อารากอไนต์) + C32H48N2O11 (คอนไคโอลินโดยประมาณ)
องค์ประกอบ
แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ในรูปอารากอไนต์เป็นส่วนใหญ่ สลับกับโปรตีนอินทรีย์คอนไคโอลินและน้ำ

สำรวจ ไข่มุก

ระบุหินได้ทุกที่

ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ

เปิดในแอป