มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby
เปิดแอปคำอธิบาย
หยกเป็นชื่อเรียกของแร่สองชนิดที่แตกต่างกันทางเคมีและโครงสร้างผลึก แต่มีลักษณะทางกายภาพคล้ายกันคือ เนไฟรต์ (Nephrite) ซึ่งเป็นแร่ในกลุ่มแอมฟิโบล และเจไดต์ (Jadeite) ซึ่งเป็นแร่ในกลุ่มไพรอกซีน ทั้งสองชนิดมีความเหนียวสูงและทนทานต่อการแตกหัก ทำให้เหมาะสำหรับการแกะสลักและทำเครื่องประดับ ควอตซ์เป็นแร่ซิลิเกตที่พบมากที่สุดชนิดหนึ่งบนเปลือกโลก มีองค์ประกอบทางเคมีคือซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2) มีความแข็งสูงและทนทานต่อการผุกร่อน พบได้ในหลายรูปแบบและหลายสี
วิธีการระบุ
- สี
- หยก: เขียว, ขาว, ดำ, เหลือง, ส้ม, ม่วง; ควอตซ์: ไม่มีสี, ขาว, ชมพู, ม่วง, เหลือง, น้ำตาล, ดำ (ขึ้นอยู่กับสิ่งเจือปน)
- ความวาว
- หยก: คล้ายไข (greasy) ถึงคล้ายแก้ว (vitreous); ควอตซ์: คล้ายแก้ว (vitreous)
- เนื้อหิน
- หยก: ผิวเรียบเนียน, อาจมีลักษณะเป็นเส้นใยละเอียด (nephrite) หรือเป็นเม็ดละเอียด (jadeite); ควอตซ์: ผิวเรียบถึงขรุขระเล็กน้อย
- รูปผลึก
- หยก: มักพบเป็นมวลรวมแบบเส้นใยละเอียดหรือเม็ดละเอียด ไม่ค่อยพบเป็นผลึกเดี่ยวขนาดใหญ่; ควอตซ์: ผลึกหกเหลี่ยมปลายแหลม (prism with pyramidal terminations) หรือเป็นมวลรวม
- แนวแตกเรียบ
- หยก: เนไฟรต์มีแนวแตกเรียบ 2 แนวที่มุม 56 และ 124 องศา แต่ไม่ชัดเจนเนื่องจากโครงสร้างเส้นใย; เจไดต์มีแนวแตกเรียบ 2 แนวที่มุมเกือบ 90 องศา; ควอตซ์: ไม่มีแนวแตกเรียบที่ชัดเจน (conchoidal fracture)
- สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
- หยก: เนไฟรต์พบในหินแปรที่เกิดจากการแปรสภาพของหินอุลตราเมฟิกหรือโดโลไมต์; เจไดต์พบในหินแปรความดันสูงอุณหภูมิต่ำในเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก (เช่น หินบลูชีสต์); ควอตซ์: พบได้ในหินอัคนี (เช่น หินแกรนิต) หินตะกอน (เช่น หินทราย) และหินแปร (เช่น หินควอร์ตไซต์)
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความแข็ง: หยก: เนไฟรต์ 6-6.5, เจไดต์ 6.5-7 (ตามมาตราโมห์); ควอตซ์: 7 (ตามมาตราโมห์)
- ความถ่วงจำเพาะ: หยก: เนไฟรต์ 2.9-3.1, เจไดต์ 3.3-3.5; ควอตซ์: 2.65
- ระบบผลึก: หยก: เนไฟรต์ (Monoclinic), เจไดต์ (Monoclinic); ควอตซ์: Trigonal
- สี: หยก: เขียว, ขาว, ดำ, เหลือง, ส้ม, ม่วง; ควอตซ์: ไม่มีสี, ขาว, ชมพู, ม่วง, เหลือง, น้ำตาล, ดำ
- ความวาว: หยก: คล้ายไขถึงคล้ายแก้ว; ควอตซ์: คล้ายแก้ว
- ความโปร่งใส: หยก: โปร่งแสงถึงทึบแสง; ควอตซ์: โปร่งใสถึงทึบแสง
- รอยแตก: หยก: ขรุขระ (splintery) ถึงเป็นเสี้ยน (fibrous) สำหรับเนไฟรต์, ขรุขระ (uneven) สำหรับเจไดต์; ควอตซ์: แบบก้นหอย (conchoidal)
- แนวแตกเรียบ: หยก: เนไฟรต์มีแนวแตกเรียบ 2 แนวที่มุม 56 และ 124 องศา แต่ไม่ชัดเจน; เจไดต์มีแนวแตกเรียบ 2 แนวที่มุมเกือบ 90 องศา; ควอตซ์: ไม่มีแนวแตกเรียบ
- องค์ประกอบ: หยก: เนไฟรต์ (แคลเซียม-แมกนีเซียม-เหล็ก ซิลิเกตไฮดรอกไซด์), เจไดต์ (โซเดียม-อะลูมิเนียม ซิลิเกต); ควอตซ์: ซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2)
ตรวจสอบด่วน
- สี: หยก: เขียว, ขาว, ดำ, เหลือง, ส้ม, ม่วง; ควอตซ์: ไม่มีสี, ขาว, ชมพู, ม่วง, เหลือง, น้ำตาล, ดำ
- ความวาว: หยก: คล้ายไขถึงคล้ายแก้ว; ควอตซ์: คล้ายแก้ว
- สีผง: หยก: ขาว; ควอตซ์: ขาว
ลักษณะทางกายภาพ
- ลักษณะผลึก: หยก: มวลรวมแบบเส้นใยละเอียด (nephrite) หรือเม็ดละเอียด (jadeite); ควอตซ์: ผลึกหกเหลี่ยมปลายแหลม, มวลรวม, ผลึกแฝด
- ชนิดแนวแตกเรียบ: หยก: เนไฟรต์ (ไม่ชัดเจน), เจไดต์ (ดี); ควอตซ์: ไม่มี
- ชนิดรอยแตก: หยก: ขรุขระถึงเป็นเสี้ยน; ควอตซ์: แบบก้นหอย
- ความเหนียว: หยก: เหนียวมาก (tough); ควอตซ์: เปราะ (brittle)
- ชนิดความวาว: หยก: คล้ายไขถึงคล้ายแก้ว; ควอตซ์: คล้ายแก้ว
การก่อตัว
หยก: เกิดจากการแปรสภาพของหินอัคนีหรือหินตะกอนที่มีองค์ประกอบเฉพาะภายใต้สภาวะความดันและอุณหภูมิสูง (เช่น การแปรสภาพแบบภูมิภาคหรือการแปรสภาพแบบสัมผัส) โดยเฉพาะในเขตมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก; ควอตซ์: เป็นแร่ที่พบได้ทั่วไป เกิดได้จากหลายกระบวนการ เช่น การตกผลึกจากหินหนืด (magma) หรือลาวา (lava) การตกตะกอนจากสารละลายในน้ำร้อน (hydrothermal solutions) การตกผลึกในหินตะกอน และการแปรสภาพของหินเดิม
การใช้ประโยชน์
หยก: ใช้เป็นเครื่องประดับ แกะสลัก ศิลปวัตถุ และเครื่องมือในอดีต; ควอตซ์: ใช้เป็นเครื่องประดับ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น ออสซิลเลเตอร์) อุตสาหกรรมแก้ว เซรามิก วัสดุก่อสร้าง และเป็นหินประดับ
การกระจายตามอายุ
หยก: มักพบในหินแปรที่มีอายุตั้งแต่ยุคพรีแคมเบรียนถึงซีโนโซอิก; ควอตซ์: พบได้ในหินทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร
แหล่งที่พบ
หยก (Jade)
พม่า (เจไดต์คุณภาพสูง), จีน (เนไฟรต์), รัสเซีย (เนไฟรต์), แคนาดา (เนไฟรต์), นิวซีแลนด์ (เนไฟรต์), สหรัฐอเมริกา (เนไฟรต์), กัวเตมาลา (เจไดต์)
ควอตซ์ (Quartz)
พบได้ทั่วโลกในปริมาณมาก เช่น บราซิล, สหรัฐอเมริกา, มาดากัสการ์, อินเดีย, รัสเซีย, จีน, แอฟริกาใต้
เคล็ดลับการค้นหา
การแยกแยะหยกแท้
หยกแท้ (เนไฟรต์และเจไดต์) มีความหนาแน่นสูงกว่าหินเลียนแบบส่วนใหญ่ (เช่น เซอร์เพนไทน์, แก้ว) และมีความเหนียวสูงมาก ทำให้ยากต่อการแตกหัก การทดสอบความหนาแน่นและการทดสอบความแข็ง (หยกมีความแข็ง 6-7) สามารถช่วยได้
การแยกแยะควอตซ์
ควอตซ์มีความแข็ง 7 ตามมาตราโมห์ ทำให้สามารถขีดแก้วได้ และมีรอยแตกแบบก้นหอย (conchoidal fracture) ไม่มีแนวแตกเรียบที่ชัดเจน
การสังเกตสีและความโปร่งแสง
หยกมักมีสีเขียวหลากหลายเฉด แต่ก็มีสีอื่น ๆ ได้ ควอตซ์มีสีหลากหลายมากและอาจโปร่งใสถึงทึบแสง
หินที่คล้ายกัน
เซอร์เพนไทน์ (Serpentine)
Mg3Si2O5(OH)4
เรียกอีกชื่อว่า: หยกปลอม (False Jade)
เพรห์ไนต์ (Prehnite)
Ca2Al(AlSi3O10)(OH)2
เรียกอีกชื่อว่า: หยกองุ่น (Grape Jade)
คริสโซเพรส (Chrysoprase)
SiO2 (เป็นควอตซ์ชนิดหนึ่งที่มีนิกเกิลเป็นองค์ประกอบให้สีเขียว)
เรียกอีกชื่อว่า: หยกออสเตรเลีย (Australian Jade)
แก้ว (Glass)
Amorphous SiO2
เรียกอีกชื่อว่า: แก้วเลียนแบบหยก
การจำแนกทางวิทยาศาสตร์
- ประเภทแร่
- หยก: เนไฟรต์ (Inosilicates - Amphibole Group), เจไดต์ (Inosilicates - Pyroxene Group); ควอตซ์: Tectosilicates (Silica Group)
- กลุ่ม
- หยก: เนไฟรต์ (Amphibole), เจไดต์ (Pyroxene); ควอตซ์: Silica
- ระบบผลึก
- หยก: Monoclinic; ควอตซ์: Trigonal
- สูตรเคมี
- หยก: เนไฟรต์ Ca2(Mg,Fe)5Si8O22(OH)2, เจไดต์ NaAlSi2O6; ควอตซ์: SiO2
- องค์ประกอบ
- หยก: เนไฟรต์ (แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก ซิลิเกตไฮดรอกไซด์), เจไดต์ (โซเดียม อะลูมิเนียม ซิลิเกต); ควอตซ์: ซิลิคอนไดออกไซด์
สำรวจ หยกและลูกปัดควอตซ์
ระบุหินได้ทุกที่
ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ