มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby
เปิดแอปคำอธิบาย
เจไดต์เป็นแร่ซิลิเกตในกลุ่มไพรอกซีนที่มีองค์ประกอบทางเคมีเป็น NaAlSi2O6 มีชื่อเสียงในด้านความงามและความทนทาน เป็นหนึ่งในสองแร่ที่รู้จักกันในชื่อ 'หยก' อีกชนิดหนึ่งคือเนไฟรต์ (nephrite) เจไดต์มีสีที่หลากหลายตั้งแต่สีขาว สีเขียวอ่อน สีเขียวเข้ม สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเหลือง สีส้ม และสีดำ สีเขียวมรกตที่เรียกว่า 'หยกจักรพรรดิ' (Imperial Jade) เป็นสีที่มีค่ามากที่สุด เจไดต์มีความเหนียวสูงมากเนื่องจากโครงสร้างผลึกที่เป็นเส้นใยละเอียดที่ประสานกัน (interlocking fibrous texture) ทำให้ทนทานต่อการแตกหักได้ดี
วิธีการระบุ
- สี
- มีสีหลากหลาย เช่น เขียว (จากโครเมียม), ขาว, ม่วงลาเวนเดอร์ (จากเหล็กและแมงกานีส), เหลือง, ส้ม, ดำ สีเขียวมรกต (Imperial Jade) เป็นสีที่มีค่าที่สุด
- ความวาว
- ผิวมันวาวคล้ายแก้วถึงไขมัน (vitreous to greasy luster) เมื่อขัดเงาจะมีความมันวาวสูง
- เนื้อหิน
- มักพบในลักษณะเป็นมวลรวมของผลึกขนาดเล็กที่ประสานกันอย่างแน่นหนา (interlocking granular or fibrous aggregates) ทำให้มีความเหนียวสูง
- รูปผลึก
- ผลึกเดี่ยวหายาก มักพบเป็นมวลรวมแบบเม็ดละเอียดถึงเส้นใย (fine-grained to fibrous aggregates) หรือเป็นก้อน (massive) ผลึกเดี่ยวที่พบมักมีลักษณะเป็นปริซึมสั้นๆ
- แนวแตกเรียบ
- มีแนวแตกเรียบ 2 แนวที่ทำมุมกันเกือบ 90 องศา (ประมาณ 87 และ 93 องศา) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแร่ในกลุ่มไพรอกซีน แต่เนื่องจากโครงสร้างที่เป็นมวลรวมละเอียด ทำให้สังเกตเห็นได้ยากในตัวอย่างทั่วไป
- สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
- พบในหินแปรสภาพความดันสูง-อุณหภูมิต่ำ เช่น หินบลูชีสต์และหินเอโคลไจต์ ซึ่งก่อตัวในเขตมุดตัวของเปลือกโลก นอกจากนี้ยังพบในตะกอนทุติยภูมิ (placer deposits) ที่เกิดจากการผุพังของหินต้นกำเนิด
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความแข็ง: 6.5-7 (มาตราโมห์)
- ความถ่วงจำเพาะ: 3.30-3.38
- ระบบผลึก: โมโนคลินิก (Monoclinic)
- สี: หลากหลาย (เขียว, ขาว, ม่วง, เหลือง, ส้ม, ดำ)
- ความวาว: มันวาวคล้ายแก้วถึงไขมัน
- ความโปร่งใส: โปร่งแสงถึงทึบแสง
- รอยแตก: ไม่สม่ำเสมอถึงเสี้ยน (uneven to splintery)
- แนวแตกเรียบ: มีแนวแตกเรียบ 2 แนวที่ทำมุมกันเกือบ 90 องศา (87 และ 93 องศา) แต่สังเกตเห็นได้ยากในมวลรวม
- องค์ประกอบ: โซเดียมอะลูมิเนียมซิลิเกต (NaAlSi2O6)
ตรวจสอบด่วน
- สี: เขียว, ขาว, ม่วงลาเวนเดอร์, เหลือง, ส้ม, ดำ
- ความวาว: มันวาวคล้ายแก้วถึงไขมัน
- สีผง: ขาว
ลักษณะทางกายภาพ
- ลักษณะผลึก: มักพบเป็นมวลรวมแบบเม็ดละเอียดถึงเส้นใยที่ประสานกันอย่างแน่นหนา (fine-grained to fibrous interlocking aggregates) หรือเป็นก้อน (massive) ผลึกเดี่ยวหายากและมักเป็นปริซึมสั้นๆ
- ชนิดแนวแตกเรียบ: สมบูรณ์ (perfect) ใน 2 ทิศทางที่ทำมุมกัน 87 และ 93 องศา
- ชนิดรอยแตก: ไม่สม่ำเสมอถึงเสี้ยน (uneven to splintery)
- ความเหนียว: เหนียวมาก (tough) เนื่องจากโครงสร้างผลึกที่ประสานกัน
- ชนิดความวาว: มันวาวคล้ายแก้วถึงไขมัน (vitreous to greasy)
การก่อตัว
เจไดต์เป็นแร่ในกลุ่มไพรอกซีน (pyroxene) ที่ก่อตัวขึ้นภายใต้สภาวะความดันสูง (มากกว่า 10 กิโลบาร์) และอุณหภูมิต่ำถึงปานกลาง (200-400 องศาเซลเซียส) ในเขตมุดตัวของเปลือกโลก (subduction zones) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหินแปรสภาพที่เรียกว่าหินบลูชีสต์ (blueschist) และหินเอโคลไจต์ (eclogite) ซึ่งเป็นผลมาจากการแปรสภาพของหินบะซอลต์หรือหินแกบโบรที่มีองค์ประกอบของโซเดียมสูง การก่อตัวของเจไดต์มักเกิดขึ้นร่วมกับแร่กลอโคเฟน (glaucophane) และลอว์โซไนต์ (lawsonite) ในสภาพแวดล้อมที่มีของไหลอุดมด้วยโซเดียม
การใช้ประโยชน์
เจไดต์มีคุณค่าสูงในฐานะอัญมณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก ใช้ในการแกะสลักเครื่องประดับ รูปปั้น และวัตถุศิลปะต่างๆ เนื่องจากมีความแข็งและความเหนียวสูง ทำให้สามารถแกะสลักได้อย่างละเอียดและทนทาน นอกจากนี้ยังมีการใช้ในงานฝีมือและของสะสม
การกระจายตามอายุ
การก่อตัวของเจไดต์มักเกี่ยวข้องกับกระบวนการแปรสภาพในเขตมุดตัวของเปลือกโลก ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดประวัติศาสตร์ธรณีวิทยา ดังนั้นจึงสามารถพบได้ในหินที่มีอายุแตกต่างกันไป ตั้งแต่ยุคพาลีโอโซอิกจนถึงซีโนโซอิก
แหล่งที่พบ
พม่า (เมียนมา)
แหล่งเจไดต์คุณภาพดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐคะฉิ่น (Kachin State) บริเวณเมืองพะคาน (Phakant) เป็นแหล่งหลักของ 'หยกจักรพรรดิ' ที่มีชื่อเสียง
กัวเตมาลา
แหล่งเจไดต์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเจไดต์สีเขียวและสีดำ ถูกใช้โดยอารยธรรมมายาและอัซเท็ก
ญี่ปุ่น
พบเจไดต์ในจังหวัดนีงาตะ (Niigata Prefecture) และจังหวัดโคจิ (Kochi Prefecture) มีการใช้เจไดต์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
รัสเซีย
พบในเทือกเขาไซบีเรีย โดยเฉพาะในเขต Khakassia และ Polar Urals
สหรัฐอเมริกา
พบในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะในเขต Mendocino County และ San Benito County
คาซัคสถาน
พบเจไดต์ในบางพื้นที่
เคล็ดลับการค้นหา
ตรวจสอบความหนาแน่น
เจไดต์มีความหนาแน่นสูง (Specific Gravity 3.30-3.38) ซึ่งสูงกว่าเนไฟรต์ (2.90-3.03) และแร่เลียนแบบอื่นๆ การทดสอบด้วยการชั่งน้ำหนักในมืออาจช่วยให้รู้สึกถึงความหนักที่ผิดปกติ
สังเกตสีและความโปร่งแสง
เจไดต์แท้มีสีที่หลากหลายและมักมีความโปร่งแสงถึงทึบแสง สีเขียวมรกตที่เรียกว่า 'หยกจักรพรรดิ' จะมีความโปร่งแสงสูงและสีเขียวสดใสสม่ำเสมอ
ตรวจสอบพื้นผิวและความมันวาว
เจไดต์ที่ขัดเงาจะมีผิวมันวาวคล้ายแก้วถึงไขมันที่เรียบเนียนและลื่นมือ
ทดสอบความแข็ง (อย่างระมัดระวัง)
เจไดต์มีความแข็ง 6.5-7 บนมาตราโมห์ ซึ่งแข็งกว่าเนไฟรต์ (6-6.5) และสามารถขีดแก้วได้ แต่ไม่ควรทดสอบกับตัวอย่างที่มีค่า
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การระบุเจไดต์ที่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอัญมณีที่มีมูลค่าสูง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีหรือนักธรณีวิทยาที่มีประสบการณ์ ซึ่งอาจใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น สเปกโตรสโคป หรือการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี
หินที่คล้ายกัน
หยกเนไฟรต์
Nephrite
เรียกอีกชื่อว่า: หยกเนื้ออ่อน
เซอร์เพนไทน์
Serpentine
เรียกอีกชื่อว่า: หินงู
ควอตซ์สีเขียว (อเวนจูรีน)
Green Quartz
เรียกอีกชื่อว่า: Aventurine
ไฮโดรกรอสซูลาร์ การ์เนต
Hydrogrossular Garnet
เรียกอีกชื่อว่า: Transvaal Jade
การจำแนกทางวิทยาศาสตร์
- ประเภทแร่
- ซิลิเกต (Silicate)
- กลุ่ม
- ไพรอกซีน (Pyroxene Group)
- ระบบผลึก
- โมโนคลินิก (Monoclinic)
- สูตรเคมี
- NaAlSi2O6
- องค์ประกอบ
- โซเดียมอะลูมิเนียมซิลิเกต
สำรวจ หยกเจไดต์
ระบุหินได้ทุกที่
ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ