มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby
เปิดแอปคำอธิบาย
เรดแจสเปอร์เป็นหินที่มีสีแดงเข้มถึงแดงอมน้ำตาล มีลักษณะทึบแสงถึงกึ่งโปร่งแสง มีความแข็งสูงและทนทานต่อการสึกกร่อน มักพบในรูปของก้อนกลม (nodules) หรือเป็นชั้นแทรกอยู่ในหินอื่นๆ มีเนื้อละเอียดและมักมีลวดลายหรือแถบสีที่เกิดจากการปนเปื้อนของแร่ธาตุอื่นๆ
วิธีการระบุ
- สี
- สีแดงเข้มถึงแดงอมน้ำตาล อาจมีลวดลายหรือแถบสีอื่นปะปน
- ความวาว
- ผิวด้านถึงคล้ายขี้ผึ้ง (waxy) เมื่อขัดเงาจะมีความมันวาวคล้ายแก้ว (vitreous)
- เนื้อหิน
- เนื้อละเอียดมาก (cryptocrystalline) ไม่สามารถมองเห็นผลึกด้วยตาเปล่า ผิวสัมผัสเรียบเนียน
- รูปผลึก
- ไม่มีรูปผลึกที่ชัดเจน มักพบในรูปของก้อนกลม มวลรวม หรือเป็นชั้น
- แนวแตกเรียบ
- ไม่มีแนวแตกเรียบ (non-cleavage) แตกแบบก้นหอย (conchoidal fracture)
- สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
- พบในแหล่งสะสมของซิลิกาในน้ำพุร้อน, สายแร่, โพรงหิน, หรือเป็นส่วนประกอบของหินตะกอนและหินภูเขาไฟที่ถูกแปรสภาพ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความแข็ง: 6.5-7 ตามมาตราโมห์ (Mohs scale)
- ความถ่วงจำเพาะ: 2.58-2.91
- ระบบผลึก: ไตรโกนัล (Trigonal) - เนื่องจากเป็นผลึกจุลภาคของควอตซ์
- สี: แดงเข้มถึงแดงอมน้ำตาล
- ความวาว: ผิวด้านถึงคล้ายขี้ผึ้ง (waxy) เมื่อขัดเงาจะมีความมันวาวคล้ายแก้ว (vitreous)
- ความโปร่งใส: ทึบแสงถึงกึ่งโปร่งแสง
- รอยแตก: แตกแบบก้นหอย (conchoidal)
- แนวแตกเรียบ: ไม่มี (none)
- องค์ประกอบ: ซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2) พร้อมด้วยการปนเปื้อนของเหล็กออกไซด์ (Fe2O3) ที่ให้สีแดง
ตรวจสอบด่วน
- สี: แดงเข้มถึงแดงอมน้ำตาล
- ความวาว: ผิวด้านถึงคล้ายขี้ผึ้ง
- สีผง: สีขาว
ลักษณะทางกายภาพ
- ลักษณะผลึก: มวลรวม (massive), ก้อนกลม (nodular), หรือเป็นชั้น (banded)
- ชนิดแนวแตกเรียบ: ไม่มีแนวแตกเรียบ
- ชนิดรอยแตก: แตกแบบก้นหอย (conchoidal)
- ความเหนียว: เปราะ (brittle)
- ชนิดความวาว: ผิวด้านถึงคล้ายขี้ผึ้ง (waxy) หรือมันวาวคล้ายแก้ว (vitreous) เมื่อขัดเงา
การก่อตัว
เรดแจสเปอร์เป็นแร่ควอตซ์ชนิดหนึ่งในกลุ่มคาลซิโดนี (Chalcedony) ซึ่งเป็นซิลิกาอสัณฐาน (cryptocrystalline silica) ที่มีโครงสร้างผลึกละเอียดมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือกล้องจุลทรรศน์ทั่วไป การก่อตัวของแจสเปอร์มักเกิดขึ้นจากการตกตะกอนของสารละลายซิลิกาในน้ำพุร้อน (hydrothermal solutions) หรือจากการแทนที่ของซิลิกาในหินเดิม เช่น หินภูเขาไฟ หินตะกอน หรือหินปูน สีแดงของเรดแจสเปอร์เกิดจากการปนเปื้อนของเหล็กออกไซด์ (iron oxides) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฮมาไทต์ (hematite, Fe2O3) ซึ่งอาจมีปริมาณสูงถึง 20% ขององค์ประกอบทั้งหมด กระบวนการเกิดอาจรวมถึงการตกตะกอนในแอ่งน้ำ การสะสมตัวในรอยแตกและโพรงของหิน หรือการแปรสภาพของหินที่มีซิลิกาเป็นองค์ประกอบหลัก
การใช้ประโยชน์
เรดแจสเปอร์ถูกนำมาใช้เป็นหินประดับ (ornamental stone) และหินอัญมณี (gemstone) มาตั้งแต่สมัยโบราณ นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น ลูกปัด จี้ แหวน และงานแกะสลักต่างๆ นอกจากนี้ยังใช้เป็นวัสดุขัดเงา (abrasive) และในบางกรณีอาจใช้เป็นหินก่อสร้างหรือหินตกแต่งอาคาร
การกระจายตามอายุ
พบได้ในหินที่มีอายุตั้งแต่พรีแคมเบรียน (Precambrian) จนถึงยุคปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดทางธรณีวิทยา
แหล่งที่พบ
อินเดีย
เป็นแหล่งผลิตเรดแจสเปอร์คุณภาพดีมาอย่างยาวนาน
ออสเตรเลีย
พบในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
สหรัฐอเมริกา
พบในหลายรัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และไอดาโฮ
รัสเซีย
พบในเทือกเขาอูราล
อียิปต์
มีประวัติการใช้เรดแจสเปอร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ
เคล็ดลับการค้นหา
การสำรวจแหล่งน้ำพุร้อนและสายแร่
เรดแจสเปอร์มักก่อตัวในบริเวณที่มีกิจกรรมของน้ำพุร้อนหรือสายแร่ซิลิกา
การตรวจสอบหินตะกอนและหินภูเขาไฟ
อาจพบเรดแจสเปอร์เป็นก้อนหรือชั้นแทรกอยู่ในหินเหล่านี้
การสังเกตสีและเนื้อสัมผัส
มองหาหินที่มีสีแดงเข้ม เนื้อละเอียด และมีความทึบแสง
หินที่คล้ายกัน
คาร์เนเลียน
Carnelian (variety of Chalcedony, SiO2)
เรียกอีกชื่อว่า: คาร์เนเลียน
อาเกตแดง
Red Agate (variety of Chalcedony, SiO2)
เรียกอีกชื่อว่า: อาเกตแดง
หินเชิร์ต
Chert (cryptocrystalline quartz)
เรียกอีกชื่อว่า: เชิร์ต
การจำแนกทางวิทยาศาสตร์
- ประเภทแร่
- ซิลิเกต (Silicates)
- กลุ่ม
- ควอตซ์ (Quartz) / คาลซิโดนี (Chalcedony)
- ระบบผลึก
- ไตรโกนัล (Trigonal)
- สูตรเคมี
- SiO2 (มี Fe2O3 เป็นสารเจือปนที่ให้สี)
- องค์ประกอบ
- ซิลิคอนไดออกไซด์ (Silicon Dioxide) เป็นหลัก โดยมีเหล็กออกไซด์ (Iron Oxides) เป็นสารให้สี
สำรวจ เรดแจสเปอร์
ระบุหินได้ทุกที่
ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ