มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby
เปิดแอปคำอธิบาย
โอปอลเป็นแร่กึ่งแร่ (mineraloid) ที่ประกอบด้วยซิลิกาอสัณฐาน (amorphous silica, SiO₂) ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ (H₂O) โดยมีสูตรเคมีทั่วไปคือ SiO₂·nH₂O ปริมาณน้ำในโอปอลสามารถแตกต่างกันไปตั้งแต่ 3% ถึง 21% โดยน้ำหนัก แต่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 6-10% โอปอลมีชื่อเสียงจากปรากฏการณ์ 'การเล่นสี' (play-of-color) ซึ่งเกิดจากการกระเจิงและการแทรกสอดของแสงเมื่อผ่านโครงสร้างที่เป็นระเบียบของอนุภาคซิลิกาขนาดเล็กภายในโอปอล โอปอลแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ โอปอลมีค่า (precious opal) ซึ่งแสดงการเล่นสี และโอปอลธรรมดา (common opal) ซึ่งไม่แสดงการเล่นสี โอปอลมีค่ามีหลายชนิด เช่น โอปอลขาว (white opal), โอปอลดำ (black opal), โอปอลไฟ (fire opal) และโอปอลโบว์เดอร์ (boulder opal) โอปอลเป็นแร่ที่ค่อนข้างอ่อนและเปราะ มีความแข็งโมห์สประมาณ 5.5-6.5
วิธีการระบุ
- สี
- โอปอลมีค่าแสดงการเล่นสีที่หลากหลาย เช่น สีรุ้ง สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า สีม่วง บนพื้นหลังสีขาว สีดำ สีเทา หรือสีใส โอปอลธรรมดามีสีเดียว เช่น สีขาว สีเทา สีฟ้า สีเขียว สีน้ำตาล หรือไม่มีสี
- ความวาว
- มีลักษณะเป็นเงาคล้ายขี้ผึ้ง (waxy) หรือคล้ายยางสน (resinous) ถึงคล้ายแก้ว (vitreous)
- เนื้อหิน
- ผิวเรียบเนียนถึงขรุขระเล็กน้อยเมื่อสัมผัส
- รูปผลึก
- โอปอลเป็นอสัณฐาน (amorphous) จึงไม่มีรูปผลึกที่แน่นอน มักพบในรูปของก้อนกลม (botryoidal), ก้อนไต (reniform), หรือเป็นชั้นเคลือบ (crusts) และการเติมเต็มช่องว่าง (vein fillings)
- แนวแตกเรียบ
- ไม่มีแนวแตกเรียบ (no cleavage) แต่มีรอยแตกแบบก้นหอย (conchoidal fracture)
- สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
- พบในรอยแตกและโพรงของหินภูเขาไฟ (เช่น ไรโอไลต์ บะซอลต์ แอนดีไซต์) หินตะกอน (เช่น หินทราย หินดินดาน) และหินผุพังที่อุดมด้วยซิลิกา มักพบในบริเวณที่มีกิจกรรมของน้ำพุร้อน หรือในชั้นดินที่เกิดจากการผุพังของหินที่มีซิลิกา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความแข็ง: 5.5-6.5 (โมห์สสเกล)
- ความถ่วงจำเพาะ: 1.98-2.25 (ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ)
- ระบบผลึก: อสัณฐาน (Amorphous)
- สี: ไม่มีสี, ขาว, เหลือง, แดง, ส้ม, เขียว, น้ำเงิน, ชมพู, น้ำตาล, ดำ; มักแสดงการเล่นสี (play-of-color) ในโอปอลมีค่า
- ความวาว: คล้ายขี้ผึ้ง (waxy), คล้ายยางสน (resinous), คล้ายแก้ว (vitreous)
- ความโปร่งใส: โปร่งใสถึงทึบแสง
- รอยแตก: รอยแตกแบบก้นหอย (conchoidal)
- แนวแตกเรียบ: ไม่มี (none)
- องค์ประกอบ: ซิลิกาอสัณฐานที่มีน้ำ (SiO₂·nH₂O)
ตรวจสอบด่วน
- สี: หลากหลายสี, มีการเล่นสี (play-of-color) ในโอปอลมีค่า, หรือสีเดียวในโอปอลธรรมดา
- ความวาว: คล้ายขี้ผึ้ง, คล้ายยางสน, หรือคล้ายแก้ว
- สีผง: สีขาว
ลักษณะทางกายภาพ
- ลักษณะผลึก: อสัณฐาน, มักพบในรูปของก้อนกลม (botryoidal), ก้อนไต (reniform), เป็นชั้นเคลือบ (crusts), หรือการเติมเต็มช่องว่าง (vein fillings)
- ชนิดแนวแตกเรียบ: ไม่มีแนวแตกเรียบ
- ชนิดรอยแตก: รอยแตกแบบก้นหอย (conchoidal)
- ความเหนียว: เปราะ (brittle)
- ชนิดความวาว: คล้ายขี้ผึ้ง (waxy), คล้ายยางสน (resinous), คล้ายแก้ว (vitreous)
การก่อตัว
โอปอลก่อตัวจากการตกตะกอนของสารละลายซิลิกาที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นในบริเวณที่มีการผุพังของหินที่มีซิลิกาเป็นองค์ประกอบ เช่น หินภูเขาไฟ หรือหินตะกอนที่มีซิลิกา การก่อตัวของโอปอลมักเกิดขึ้นในรอยแตก โพรง หรือช่องว่างในหิน เมื่อน้ำที่อุดมด้วยซิลิกาซึมผ่านหินและระเหยไป ซิลิกาจะตกตะกอนเป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก (ประมาณ 150-350 นาโนเมตร) เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบในกรณีของโอปอลมีค่า (precious opal) หรือไม่เป็นระเบียบในกรณีของโอปอลธรรมดา (common opal) โครงสร้างที่เป็นระเบียบของอนุภาคซิลิกาขนาดเล็กเหล่านี้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ 'การเล่นสี' (play-of-color) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโอปอลมีค่า
การใช้ประโยชน์
โอปอลถูกนำมาใช้เป็นอัญมณีที่มีค่าสูงมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะโอปอลมีค่าที่มีการเล่นสีที่สวยงาม ใช้ในการทำเครื่องประดับต่างๆ เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู นอกจากนี้ โอปอลธรรมดาบางชนิด เช่น โอปอลไม้ (wood opal) หรือโอปอลหิน (rock opal) อาจถูกนำมาใช้เป็นวัสดุตกแต่ง หรือในงานศิลปะบางประเภท โอปอลบางชนิดยังถูกใช้ในการศึกษาทางธรณีวิทยาเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการเกิดแร่และสภาพแวดล้อมในอดีต
การกระจายตามอายุ
โอปอลสามารถก่อตัวได้ในหลายช่วงอายุทางธรณีวิทยา ตั้งแต่ยุคครีเทเชียส (Cretaceous) จนถึงปัจจุบัน
แหล่งที่พบ
ออสเตรเลีย
เป็นแหล่งผลิตโอปอลที่สำคัญที่สุดในโลก โดยเฉพาะโอปอลดำจาก Lightning Ridge, โอปอลขาวจาก Coober Pedy และโอปอลโบว์เดอร์จาก Queensland
เอธิโอเปีย
แหล่งโอปอล Welo และ Mezezo เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับโอปอลไฟและโอปอลมีค่าที่มีคุณภาพสูง
เม็กซิโก
แหล่งผลิตโอปอลไฟ (fire opal) ที่สำคัญ โดยเฉพาะจากรัฐ Querétaro และ Jalisco
บราซิล
พบโอปอลมีค่าและโอปอลธรรมดาในหลายพื้นที่
สหรัฐอเมริกา
พบโอปอลในรัฐเนวาดา ไอดาโฮ และโอเรกอน โดยเฉพาะโอปอลไม้และโอปอลมีค่าบางชนิด
เคล็ดลับการค้นหา
มองหาในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
โอปอลมักพบในบริเวณที่มีการผุพังของหินภูเขาไฟหรือหินตะกอนที่มีซิลิกา เช่น ในรอยแตกของหิน หรือในชั้นดินที่เกิดจากการผุพัง
สังเกตการเล่นสี
สำหรับโอปอลมีค่า ให้มองหาหินที่มีการสะท้อนแสงเป็นสีรุ้งหรือสีต่างๆ เมื่อหมุนหินไปมาภายใต้แสง
ตรวจสอบความแข็ง
โอปอลมีความแข็งค่อนข้างต่ำ (5.5-6.5) จึงสามารถถูกขูดขีดได้ง่ายกว่าควอตซ์ (7)
ระวังความเปราะบาง
โอปอลค่อนข้างเปราะและอาจแตกหักได้ง่าย ควรจัดการด้วยความระมัดระวัง
พกน้ำ
โอปอลบางชนิดอาจดูหมองคล้ำเมื่อแห้ง การพรมน้ำเล็กน้อยอาจช่วยให้เห็นการเล่นสีได้ชัดเจนขึ้น
หินที่คล้ายกัน
คาลซิโดนี
Chalcedony (cryptocrystalline quartz)
เรียกอีกชื่อว่า: หินโมรา
ควอตซ์
Quartz (crystalline silica)
เรียกอีกชื่อว่า: หินเขี้ยวหนุมาน
แก้วภูเขาไฟ
Obsidian (volcanic glass)
เรียกอีกชื่อว่า: ออบซิเดียน
การจำแนกทางวิทยาศาสตร์
- ประเภทแร่
- แร่กึ่งแร่ (Mineraloid)
- กลุ่ม
- ซิลิกา (Silica group)
- ระบบผลึก
- อสัณฐาน (Amorphous)
- สูตรเคมี
- SiO₂·nH₂O
- องค์ประกอบ
- ซิลิคอนไดออกไซด์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ
สำรวจ โอปอล
ระบุหินได้ทุกที่
ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ