มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby
เปิดแอปคำอธิบาย
หินตาเสือเป็นแร่ควอตซ์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นเส้นใยละเอียด (cryptocrystalline) มีสีเหลืองทองถึงน้ำตาลแดง และมีปรากฏการณ์ Chatoyancy หรือที่เรียกว่า 'ตาแมว' ซึ่งเกิดจากการสะท้อนแสงของเส้นใยแร่โครซิโดไลต์ที่ถูกแทนที่ด้วยซิลิกา หินตาเสือเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างแพร่หลายในวงการอัญมณีและเครื่องประดับ
วิธีการระบุ
- สี
- สีเหลืองทองถึงน้ำตาลแดง มีแถบสีเข้มและอ่อนสลับกัน
- ความวาว
- คล้ายไหม (silky) ถึงคล้ายแก้ว (vitreous) เมื่อขัดเงา
- เนื้อหิน
- ละเอียด มีลักษณะเป็นเส้นใย
- รูปผลึก
- ไม่มีรูปผลึกที่ชัดเจน (cryptocrystalline) มักพบเป็นมวลรวม
- แนวแตกเรียบ
- ไม่มีแนวแตกเรียบที่ชัดเจน
- สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
- พบในหินแปรที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของหินที่มีแร่โครซิโดไลต์เป็นส่วนประกอบหลัก มักพบในสายแร่ (veins) หรือเป็นส่วนหนึ่งของหินแปร
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความแข็ง: 6.5-7 (ตามมาตราโมห์)
- ความถ่วงจำเพาะ: 2.64-2.71
- ระบบผลึก: Trigonal (ผลึกละเอียดมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า)
- สี: เหลืองทอง, น้ำตาลทอง, น้ำตาลแดง
- ความวาว: คล้ายไหม (silky) ถึงคล้ายแก้ว (vitreous)
- ความโปร่งใส: ทึบแสงถึงโปร่งแสง
- รอยแตก: แบบก้นหอย (conchoidal) ถึงไม่สม่ำเสมอ (uneven)
- แนวแตกเรียบ: ไม่มี
- องค์ประกอบ: ซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2) พร้อมด้วยเส้นใยของแร่โครซิโดไลต์ที่ถูกแทนที่
ตรวจสอบด่วน
- สี: เหลืองทองถึงน้ำตาลแดง
- ความวาว: คล้ายไหมถึงคล้ายแก้ว
- สีผง: ขาว
ลักษณะทางกายภาพ
- ลักษณะผลึก: มวลรวมแบบเส้นใย (fibrous aggregates) หรือมวลรวมแบบเม็ดละเอียด (cryptocrystalline masses)
- ชนิดแนวแตกเรียบ: ไม่มี
- ชนิดรอยแตก: แบบก้นหอย (conchoidal) ถึงไม่สม่ำเสมอ (uneven)
- ความเหนียว: เปราะ (brittle)
- ชนิดความวาว: คล้ายไหม (silky) ถึงคล้ายแก้ว (vitreous)
การก่อตัว
หินตาเสือเกิดจากการแทนที่ของแร่ควอตซ์ (Quartz) ในเส้นใยของแร่โครซิโดไลต์ (Crocidolite) ซึ่งเป็นแร่ในกลุ่มแอสเบสตอส (asbestos) ชนิดหนึ่ง โดยซิลิกาจะแทรกซึมเข้าไปแทนที่เส้นใยของโครซิโดไลต์อย่างช้าๆ ในขณะที่โครงสร้างเส้นใยยังคงอยู่ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ Chatoyancy (ตาแมว) เมื่อแสงตกกระทบ แร่โครซิโดไลต์เดิมมีสีน้ำเงินอมเทา เมื่อถูกออกซิไดซ์โดยธาตุเหล็ก จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองถึงน้ำตาลแดง
การใช้ประโยชน์
นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น ลูกปัด จี้ แหวน และงานแกะสลักต่างๆ เนื่องจากมีปรากฏการณ์ Chatoyancy ที่สวยงามและเชื่อกันว่าเป็นหินนำโชค เสริมพลังอำนาจและความกล้าหาญ
การกระจายตามอายุ
ไม่สามารถระบุอายุที่แน่นอนได้ เนื่องจากเป็นแร่ที่เกิดจากการแปรสภาพของแร่เดิม แต่พบในหินที่มีอายุหลากหลาย
แหล่งที่พบ
แอฟริกาใต้
เป็นแหล่งผลิตหินตาเสือที่สำคัญที่สุดในโลก โดยเฉพาะในเขต Northern Cape
ออสเตรเลีย
พบในรัฐ Western Australia
อินเดีย
พบในบางพื้นที่
พม่า (เมียนมา)
พบในบางพื้นที่
นามิเบีย
พบในบางพื้นที่
สหรัฐอเมริกา
พบในบางพื้นที่ เช่น รัฐแอริโซนา
เคล็ดลับการค้นหา
การสังเกตปรากฏการณ์ Chatoyancy
หินตาเสือแท้จะแสดงปรากฏการณ์ Chatoyancy หรือ 'ตาแมว' ที่ชัดเจนเมื่อหมุนหินไปมาใต้แสงไฟ แถบแสงจะเคลื่อนที่ไปตามพื้นผิวของหิน
สีและลวดลาย
หินตาเสือมีสีเหลืองทองถึงน้ำตาลแดง มีลวดลายเป็นเส้นใยที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ
ความแข็ง
มีความแข็ง 6.5-7 ตามมาตราโมห์ สามารถใช้ทดสอบรอยขีดข่วนกับวัสดุที่มีความแข็งน้อยกว่าได้
ระวังของปลอม
ระวังหินตาเสือปลอมที่ทำจากแก้วหรือพลาสติก ซึ่งมักจะไม่มีปรากฏการณ์ Chatoyancy ที่เป็นธรรมชาติ หรือมีสีที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ
หินที่คล้ายกัน
Hawk's Eye
Hawk's Eye (เป็นแร่ในกลุ่ม Chalcedony)
เรียกอีกชื่อว่า: Blue Tiger's Eye
Cat's Eye Chrysoberyl
Chrysoberyl
เรียกอีกชื่อว่า: Cymophane
Serpentine
Serpentine Group
เรียกอีกชื่อว่า: New Jade
การจำแนกทางวิทยาศาสตร์
- ประเภทแร่
- Silicates (Tectosilicates)
- กลุ่ม
- Quartz Group (Chalcedony variety)
- ระบบผลึก
- Trigonal
- สูตรเคมี
- SiO2 (มีเส้นใยของ FeO(OH) หรือ Fe2O3 ที่เกิดจากการออกซิเดชันของ Crocidolite)
- องค์ประกอบ
- ซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2) เป็นส่วนใหญ่ โดยมีธาตุเหล็ก (Fe) เป็นตัวให้สีและทำให้เกิดปรากฏการณ์ Chatoyancy
สำรวจ หินตาเสือ
ระบุหินได้ทุกที่
ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ