Rockby LogoRockby

หยก

หินแปร (Metamorphic Rock)

Jade (Nephrite or Jadeite)

เรียกอีกชื่อว่า: หยกเนไฟรต์ (Nephrite Jade), หยกเจไดต์ (Jadeite Jade)

มีรูปถ่ายแล้ว? ระบุหินทันทีด้วยแอป Rockby

เปิดแอป

คำอธิบาย

หยกเป็นชื่อเรียกทั่วไปของแร่สองชนิดที่แตกต่างกันทางเคมีและโครงสร้างผลึก แต่มีลักษณะทางกายภาพที่คล้ายคลึงกันและถูกนำมาใช้ในลักษณะเดียวกัน คือ หยกเนไฟรต์ (Nephrite) และ หยกเจไดต์ (Jadeite) ทั้งสองชนิดมีความเหนียวสูงมาก ทำให้ทนทานต่อการแตกหักได้ดีเยี่ยม

วิธีการระบุ

สี
หยกมีสีหลากหลาย เช่น เขียว (พบมากที่สุด), ขาว, ดำ, เหลือง, ส้ม, น้ำตาล, ม่วง สีเขียวในหยกเนไฟรต์มักเกิดจากธาตุเหล็ก ส่วนในหยกเจไดต์มักเกิดจากโครเมียม
ความวาว
ผิวมันเงาแบบขี้ผึ้ง (waxy) ถึงมันวาวแบบแก้ว (vitreous)
เนื้อหิน
เนื้อละเอียดถึงเนื้อหยาบเล็กน้อย มีลักษณะเป็นเส้นใยประสานกัน (interlocking fibrous) ในเนไฟรต์ และเป็นเม็ดละเอียด (granular) ในเจไดต์
รูปผลึก
มักพบในรูปของมวลรวมแบบเม็ดละเอียดหรือแบบเส้นใยประสานกัน ไม่ค่อยพบในรูปผลึกเดี่ยวที่สมบูรณ์
แนวแตกเรียบ
ไม่มีระนาบการแตกที่ชัดเจน (no distinct cleavage) แต่มีแนวแตกแบบไม่สม่ำเสมอ (uneven fracture) หรือแบบเสี้ยน (splintery fracture) เนื่องจากโครงสร้างผลึกที่เป็นเส้นใยประสานกัน
สภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา
หยกเนไฟรต์พบในหินแปรที่เกิดจากการแปรสภาพของหินอุลตราเมฟิกหรือหินโดโลไมต์ ส่วนหยกเจไดต์พบในหินแปรความดันสูง-อุณหภูมิต่ำ เช่น หินบลูชีสต์ (blueschist) และหินเซอร์เพนทิไนต์ที่เกี่ยวข้องกับเขตมุดตัวของเปลือกโลก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความแข็ง: หยกเนไฟรต์: 6-6.5 (โมห์), หยกเจไดต์: 6.5-7 (โมห์)
  • ความถ่วงจำเพาะ: หยกเนไฟรต์: 2.9-3.1, หยกเจไดต์: 3.3-3.5
  • ระบบผลึก: หยกเนไฟรต์: โมโนคลินิก (Monoclinic), หยกเจไดต์: โมโนคลินิก (Monoclinic)
  • สี: เขียว, ขาว, ดำ, เหลือง, ส้ม, น้ำตาล, ม่วง
  • ความวาว: มันเงาแบบขี้ผึ้ง (waxy) ถึงมันวาวแบบแก้ว (vitreous)
  • ความโปร่งใส: โปร่งแสง (translucent) ถึงทึบแสง (opaque)
  • รอยแตก: แบบไม่สม่ำเสมอ (uneven) ถึงแบบเสี้ยน (splintery)
  • แนวแตกเรียบ: ไม่มีระนาบการแตกที่ชัดเจน (no distinct cleavage) แต่มีแนวแตกแบบไม่สม่ำเสมอ
  • องค์ประกอบ: หยกเนไฟรต์: แคลเซียม-แมกนีเซียม-เหล็ก ซิลิเกต (Calcium-Magnesium-Iron Silicate), หยกเจไดต์: โซเดียม-อะลูมิเนียม ซิลิเกต (Sodium-Aluminum Silicate)

ตรวจสอบด่วน

  • สี: เขียว, ขาว, ดำ, เหลือง, ส้ม, น้ำตาล, ม่วง
  • ความวาว: มันเงาแบบขี้ผึ้งถึงมันวาวแบบแก้ว
  • สีผง: ขาว

ลักษณะทางกายภาพ

  • ลักษณะผลึก: มวลรวมแบบเส้นใยประสานกัน (interlocking fibrous aggregates) สำหรับเนไฟรต์, มวลรวมแบบเม็ดละเอียด (granular aggregates) สำหรับเจไดต์
  • ชนิดแนวแตกเรียบ: ไม่มีระนาบการแตกที่ชัดเจน (no distinct cleavage)
  • ชนิดรอยแตก: แบบไม่สม่ำเสมอ (uneven) ถึงแบบเสี้ยน (splintery)
  • ความเหนียว: เหนียวมาก (extremely tough)
  • ชนิดความวาว: มันเงาแบบขี้ผึ้ง (waxy) ถึงมันวาวแบบแก้ว (vitreous)

การก่อตัว

หยกเนไฟรต์เกิดจากการแปรสภาพของหินอุลตราเมฟิก (ultramafic rocks) เช่น เซอร์เพนทิไนต์ (serpentinite) หรือหินโดโลไมต์ (dolomitic rocks) ที่มีแมกนีเซียมสูง ภายใต้สภาวะอุณหภูมิและความดันต่ำถึงปานกลาง ส่วนหยกเจไดต์เกิดจากการแปรสภาพของหินที่มีโซเดียมและอะลูมิเนียมสูง ภายใต้สภาวะความดันสูงและอุณหภูมิต่ำ (facies ของ blueschist) มักพบในเขตมุดตัวของเปลือกโลก (subduction zones)

การใช้ประโยชน์

หยกถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับ, วัตถุมงคล, งานแกะสลัก, และเครื่องมือตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานและมีสีสันสวยงาม

การกระจายตามอายุ

หยกสามารถพบได้ในหินที่มีอายุทางธรณีวิทยาหลากหลาย ตั้งแต่ยุคพรีแคมเบรียนจนถึงยุคซีโนโซอิก ขึ้นอยู่กับกระบวนการแปรสภาพที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่พบ

เมียนมา (พม่า)

แหล่งผลิตหยกเจไดต์คุณภาพสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะหยกสีเขียวมรกตที่เรียกว่า 'หยกจักรพรรดิ' (Imperial Jade) พบมากในรัฐคะฉิ่น

จีน

มีแหล่งหยกเนไฟรต์ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะหยกจากซินเจียง (Xinjiang) เช่น หยกเหอเถียน (Hotan Jade)

รัสเซีย

พบหยกเนไฟรต์คุณภาพดีในบริเวณเทือกเขาซายัน (Sayan Mountains) และบริเวณทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)

แคนาดา

เป็นแหล่งผลิตหยกเนไฟรต์ที่สำคัญ โดยเฉพาะในรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia)

นิวซีแลนด์

มีหยกเนไฟรต์ที่มีชื่อเสียงเรียกว่า 'พูนามู' (Pounamu) ซึ่งมีความสำคัญทางวัฒนธรรมของชาวเมารี

สหรัฐอเมริกา

พบหยกเนไฟรต์ในรัฐไวโอมิง (Wyoming), แคลิฟอร์เนีย (California), และอะแลสกา (Alaska) ส่วนหยกเจไดต์พบได้ยากกว่าในแคลิฟอร์เนีย

กัวเตมาลา

เป็นแหล่งหยกเจไดต์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวมายา

เคล็ดลับการค้นหา

ตรวจสอบความหนาแน่น

หยกเจไดต์มีความหนาแน่นสูงกว่าหยกเนไฟรต์และแร่เลียนแบบอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ การทดสอบด้วยการชั่งน้ำหนักในมืออาจช่วยให้แยกแยะได้คร่าวๆ

สังเกตลักษณะพื้นผิว

หยกแท้เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเย็นและมีพื้นผิวเรียบเนียนคล้ายขี้ผึ้งหรือมันวาวแบบแก้ว

ทดสอบความแข็ง

หยกเนไฟรต์มีความแข็ง 6-6.5 โมห์ ส่วนหยกเจไดต์มีความแข็ง 6.5-7 โมห์ ซึ่งสามารถใช้ทดสอบกับวัสดุที่มีความแข็งที่ทราบค่าได้ (เช่น เหล็กกล้ามีความแข็งประมาณ 5.5-6.5)

ตรวจสอบโครงสร้างภายใน

ใช้แว่นขยาย 10x เพื่อดูโครงสร้างผลึก หยกเนไฟรต์จะมีลักษณะเป็นเส้นใยประสานกัน ส่วนหยกเจไดต์จะมีลักษณะเป็นเม็ดละเอียด

ระวังของเลียนแบบ

มีแร่และหินหลายชนิดที่ถูกนำมาเลียนแบบหยก เช่น เซอร์เพนทิไนต์, ควอตซ์, พรีไนต์, เวซูเวียไนต์ (ไอดอเครส), และแก้ว การตรวจสอบคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญ

หินที่คล้ายกัน

เซอร์เพนทิไนต์ (Serpentine)

Mg3Si2O5(OH)4

เรียกอีกชื่อว่า: หินงู

ควอตซ์ (Quartz)

SiO2

เรียกอีกชื่อว่า: หินเขี้ยวหนุมาน

พรีไนต์ (Prehnite)

Ca2Al(AlSi3O10)(OH)2

เรียกอีกชื่อว่า: หินองุ่น

เวซูเวียไนต์ (Vesuvianite)

Ca19(Al,Mg)13(B,Al,Fe)5Si18O68(OH,F)10

เรียกอีกชื่อว่า: ไอดอเครส (Idocrase)

การจำแนกทางวิทยาศาสตร์

ประเภทแร่
หยกเนไฟรต์: แร่ในกลุ่มแอมฟิโบล (Amphibole Group), หยกเจไดต์: แร่ในกลุ่มไพรอกซีน (Pyroxene Group)
กลุ่ม
หยกเนไฟรต์: แอมฟิโบล, หยกเจไดต์: ไพรอกซีน
ระบบผลึก
โมโนคลินิก (Monoclinic) ทั้งสองชนิด
สูตรเคมี
หยกเนไฟรต์: Ca2(Mg,Fe)5Si8O22(OH)2, หยกเจไดต์: NaAlSi2O6
องค์ประกอบ
หยกเนไฟรต์: แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก ซิลิเกต ไฮดรอกไซด์, หยกเจไดต์: โซเดียม อะลูมิเนียม ซิลิเกต

สำรวจ หยก

ระบุหินได้ทุกที่

ฟรีบน iOS, Android และเว็บ ระบุจากรูปถ่าย ฐานข้อมูลครบถ้วน และคอลเลกชันส่วนตัวของคุณ

เปิดในแอป